DAO รูปแบบองค์กรกระจายศูนย์อัตโนมัติ

หากคุณเข้าวงการบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซี่มาได้สักระยะหนึ่ง หรือเคยใช้บริการแพลตฟอร์มประเภท DApp และ DeFi คำว่า DAO ก็น่าจะเป็นอีกคำหนึ่งที่เคยผ่านดูผ่านตาคุณมาบ้างไม่มากก็น้อย โดย DAO หรือ Decentralized Autonomous Organization คือสิ่งที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Decentralized Application หรือ DApp ที่มาจากการประยุกต์ใช้ Smart contract ร่วมกับเทคโนโลยี Blockchain นั้นเอง โดยหากเปรียบเทียบ DApp เป็นตู้ขายของอัตโนมัติทั่วไป DAO ก็คือตู้ขายของอัตโนมัติที่เมื่อรับเงินไปแล้ว ตู้จะใช้เงินที่ได้มาในการสั่งสินค้ามาเติม และคำนวณกำไรจากการขายสินค้าคืนให้กับนักลงทุนได้โดยอัตโนมัติ
ที่มา ที่ไป ขององค์กรในรูปแบบ DAO

โดยปกติแล้ว องค์กรหนึ่งจะมีผู้บริหารหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด รองลงมาคือ ผู้จัดการ หัวหน้าทีม และพนักงานทั่วไป เมื่อมีเหตุการณ์หรือปัญหาเกิดขึ้น ผู้ที่จะตัดสินใจว่าจะรับมือเหตุการณ์นั้นอย่างไรก็มักจะตกอยู่ที่ผู้บริหาร ซึ่งนี่เรียกว่าการบริหารแบบ Top-down” หรือ จากบนลงล่าง เป็นการบริหารแบบที่พบเห็นได้ตามบริษัทหรือองค์กรทั่วไป

จุดอ่อนของการบริหารเช่นนี้ คืออำนาจทุกอย่างจะตกอยู่ที่ผู้บริหารหรือคณะกรรมการ ซึ่งบางครั้งการส่งคำสั่งให้รับมือเหตุการณ์ใดๆ อาจล่าช้า เนื่องจากผู้บริหารต้องรับหลายเรื่องพร้อมกัน แถมกว่าจะส่งคำสั่งลงมาถึงผู้จัดการ กว่าผู้จัดการจะอธิบายให้ลูกทีมฟังก็ต้องใช้เวลาอีก รวมถึงผู้บริหารเองก็อาจจะไม่ได้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะว่าผู้ที่รับมือเหตุการณ์โดยตรงมักจะเป็นระดับพนักงานเสียมากกว่า หากไม่รับฟังความเห็นของพนักงานอย่างถี่ถ้วน การตัดสินใจของผู้บริหารอาจผิดพลาดและส่งผลเสียขององค์กรได้

ดังนั้นองค์กรสมัยใหม่จึงเริ่มปรับมาใช้โครงสร้างองค์กรแบบใหม่ที่เรียกว่า

Decentralized Organization” หรือ “องค์กรแบบกระจายศูนย์” ซึ่งองค์กรแบบนี้แม้จะยังมีการแบ่งตำแหน่งคนในองค์กรชัดเจนอยู่ก็จริง แต่อำนาจในการตัดสินใจจะถูกเพิ่มให้กับระดับผู้จัดการหรือหัวหน้าทีมมากขึ้น เพื่อให้สามารถตัดสินใจรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด รวมถึงสนับสนุนให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้มากขึ้น

การเพิ่มอำนาจให้ระดับผู้จัดการหรือพนักงานสามารถออกความเห็นและมีส่วนร่วมกับการบริหารองค์กรได้มากขึ้น สามารถช่วยให้องค์กรสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า เพราะเป็นความเห็นที่มาจากคนที่อยู่หน้างานจริงๆ ซึ่งนี่ก็คือหลักการ “กระจายศูนย์” หรือการกระจายอำนาจ ที่เป็นแนวคิดเดียวกันกับเทคโนโลยีบล็อกเชนนั่นเอง

โดย DAO (Decentralized Autonomous Organization)

หรือแปลเป็นไทยว่า “องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์” เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารแอปพลิเคชั่นหรือโปรเจ็กต์ที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยการสร้างแอปฯ หรือแพลตฟอร์มขึ้น

ก่อนที่จะมี DAO เจ้าของโปรเจ็กต์หรือผู้สร้างจะมีอำนาจสูงสุดในการควบคุมแอปพลิเคชั่นนั้นๆ ซึ่งโปรเจ็กต์พวกนี้ก็เปรียบได้กับองค์กรและบริษัทที่มีผู้บริหารกุมอำนาจสูงสุดนั่นเอง

แต่เนื่องจากเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดการกระจายศูนย์ ไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งถืออำนาจสูงสุด แต่การดึงอำนาจออกจากเจ้าของโปรเจ็กต์ทำให้เกิดปัญหา จนทำให้ต้องมีการพัฒนาจึงเกิดการให้อำนาจตัดสินใจกับ “ผู้ใช้ทุกคน” โดยระบบที่นำมาใช้ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจคือระบบ DAO ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้ามาร่วมบริหารโปรเจ็กต์ได้ ผ่านการ “โหวต” และ “เสนอนโยบาย” โดยสิทธิ์ในการโหวตและเสนอนโยบายของหลาย ๆ โปรเจ็กต์จะดูจากจำนวน Governance Token ที่ผู้ใช้คนนั้นถือครอง เมื่อข้อเสนอได้รับการโหวตมากพอ หรือเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ข้อเสนอนั้นก็จะถูกนำไปพัฒนาหรืออัปเดตเข้ากับโปรเจ็กต์โดยอัตโนมัติผ่านการทำงานของ Smart Contract

สรุปแนวคิดของ DAO

คือการบริหารองค์กรหรือชุมชน ที่มีการกระจายอำนาจโดย มีการผ่านโปรเจ็กต์ หรือนโยบายต่างๆ โดยการโหวต โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่าจะมีสิทธิ์ในการออกเสียงมากกว่า แต่สุดท้ายก็อยู่ที่เสียงส่วนรวมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด จึงทำให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

การบริหารองค์กรแบบ DAO จะถูกเขียนขึ้นมาในรูปแบบของชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ และอยู่บนเครือข่าย Blockchain ที่มีการเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) นั่นจึงทำให้ทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายสามารถตรวจสอบได้ว่าชุดคำสั่งของ DAO นั้น ๆ มีหลักการทำงานอย่างไร เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ทุกคนที่มีส่วนกับโปรเจ็กต์ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารและพัฒนาโปรเจ็กต์ผ่านการเสนอนโยบายและร่วมโหวตนโยบายได้ การบริหารแบบ DAO ทำให้อำนาจไม่ไปกระจุกรวมกันที่เจ้าของโปรเจ็กต์ ความคิดเห็นที่ได้รับก็จะมีหลากหลายมากยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มที่จะช่วยให้โปรเจ็กต์สามารถพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“การมีส่วนร่วมกับองค์กรตลอดจนความผูกพันกับองค์กรนั้นมีส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างให้พนักงานทำงานกับองค์กรได้อย่างมีความสุข และอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาวขึ้น DAO หรือ Decentralize Autonomous Organization เป็นเทคโนโลยีที่เน้นชุมชนและส่วนรวม มีความเป็นประชาธิปไตย โปร่งใส และมีการกระจายอำนาจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มากกว่าระบบการบริหารแบบปัจจุบัน เนื่องจากการตัดสินใจที่สำคัญทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในบล็อกเชนนั่นเอง”

ข้อมูลจาก บทความ ทำความรู้จักกับ DAO อนาคตแห่งการบริหารองค์กร โดย จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

https://www.moneyandbanking.co.th/

https://www.finnomena.com/

รูปภาพ https://www.pexels.com/