HR ควรมองหาทักษะอะไรจากผู้สมัครใหม่ ?

ไม่ว่าองค์กรใด จะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ต้องการคนเก่งๆเข้ามาทำงานด้วยทั้งนั้น เพราะพนักงานคือส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนบริษัท หรือองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ ฉะนั้นการสันหาพนักงานใหม่ เข้ามายังองค์กรจึงมีความจำเป็นอยางยิ่ง
โดยเฉพาะในยุคนี้ ที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม รวมถึงผลกระทบต่างๆที่ตามมากจากโรคระบาดอย่าง Covic-19 ที่ทำให้การทำงานแตกต่างออกไปอย่างมาก การทำงานแบบ Hybrid หรือ Remote Working ก็มีมากขึ้นเช่นกัน

แล้วในการสรรหาพนักงานใหม่ๆ ของฝ่ายบุคคล หรือ HR ควรจะพิจารณา หรือมีแนวทางในการมองหาทักษะการทำงานแบบไหนจากพนักงานใหม่ๆในยุคนี้บ้าง

ซึ่งทักษะการทำงานนั้นมักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  • Hard Skill ซึ่งเป็นความสามารถหลักของสายงานนั้นๆ
  • และ Soft Skill ที่เป็นทักษะส่งเสริมในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและภายในองค์กรจาก

จะเห็นว่า Hard Skill เป็นสิ่งที่กำหนดอย่างชัดเจนอยู่แล้วตามตำแหน่งงานที่องค์กรต้องการ แต่ส่วนที่ HR จะมองหาคือ Soft Skill นั้นเอง จากบทความของ Cigna ได้แนะนำ Soft Skills ทั้ง 10 ประการที่ HR ควรมองหาจากผู้ที่เข้ามาสมัครงานนั้นมีด้วยกันดังนี้

10 ทักษะการทำงานที่ HR ควรมองหาจากผู้สมัครงานใหม่
  1. Team Work (ทำงานเป็นทีมได้ดี)

“หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” การจะทำงานออกมาให้สำเร็จและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นต้องอาศัยการทำงานกันเป็นทีม การร่วมมือทำงานแบบเป็นทีมนั้นจะช่วยให้มองเห็นภาพใหญ่และปัญหาโดยรวมได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้หาคำตอบและแก้ไขข้อผิดพลาดได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นจากความคิดเห็นหลายๆ มุมมองด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทักษะการทำงานเป็นทีมกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

  1. Communication Skill (ทักษะการสื่อสาร)

ในการทำงานนั้นจำเป็นต้องพูดคุยสื่อสารกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ผู้บริหาร รวมไปถึงลูกค้า ทักษะในการสื่อสารจะทำให้สิ่งที่ต้องการจะสื่อหรือได้รับมานั้นถูกต้องชัดเจน ตรงประเด็น และไม่ตกหล่น เพื่อให้การนำข้อมูลไปใช้ดำเนินการต่อเป็นได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

  1. Emotional Intelligence (ความฉลาดทางอารมณ์)

แค่ความสามารถในการทำงานอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ยังต้องรวมไปถึงความฉลาดทางอารมณ์อีกด้วยความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถในการรับรู้และเข้าใจมิติทางอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั้งกับตัวเองและผู้อื่น เพราะในการทำงานนั้นภาวะทางอารมณ์เองก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน ผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะสามารถควบคุมตัวเองให้แสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้การประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่นได้

  1. Time Management (จัดการเวลาได้)

เวลาเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ผู้ที่สามารถวางแผนและบริหารจัดการเวลาาได้จึงเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะการทำงานในบริษัทนั้นหากลำดับการจัดการเวลาผิดเพี้ยนสัก 1 คนแล้วล่ะก็ อาจส่งผลกระทบต่อทีมอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

  1. Adaptability (ความสามารถในการปรับตัว)

ความสามารถในการยืดหยุ่นและพร้อมที่จะปรับตัวได้คือทักษะการทำงานที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะความเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ผู้ที่สามารถปรับตัวได้จะสามารถอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์และมองเห็นหนทางแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไม่ยึดติดอยู่เสมอ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

  1. Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)

การคิดเชิงวิพากษ์เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นเป็นอย่างมากในการทำงาน ซึ่งเป็นการคิดวิเคราะห์ด้วยข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ โดยจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เห็นได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่มองเพียงด้านเดียว ชั่งน้ำหนักของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้ และนำมาสู่การสร้างข้อสรุปที่ดีที่สุด

  1. Willing to Learn (มุ่งมั่นที่จะเรียนรู้)

ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ผู้ที่ไม่เรียนรู้ตามอาจถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังได้ ซึ่งผู้ที่มีทักษะนี้จะพร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ๆ จากเพื่อนร่วมงานและไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ความสามารถในการมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

  1. Leadership (ภาวะผู้นำ)

ภาวะผู้นำไม่ได้เป็นทักษะที่จำเป็นเฉพาะกับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ อย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นทักษะที่ทุกคนควรมีด้วยเช่นกัน ภาวะผู้นำในที่นี้ หมายถึง ทักษะการทำงานที่สามารถชักจูงให้ผู้อื่นโฟกัสไปที่เป้าหมายเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิสัยทัศน์ที่กว้างขวาง พร้อมรับฟังความคิดเห็น และสามารถให้การชี้แนะเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี

  1. Service Orientation (ใจที่พร้อมบริการ)

แน่นอนว่าในการทำงานบริษัทจะต้องมีการร่วมงานกับลูกค้ามากหน้าหลายตา การมีใจที่พร้อมบริการนั้นจะช่วยให้พนักงานกลายเป็นที่รักของลูกค้า สามารถประสานงานกันได้อย่างเข้าอกเข้าใจ ไม่ตกหล่น ซึ่งเป็นผลดีต่อองค์กรในระยะยาวอีกด้วย

  1. Growth Mindset (ความมุ่งมั่นที่จะเติบโต)

Growth Mindset คือสิ่งที่จะช่วยผลักดันให้บุคคลพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดประสงค์ที่มุ่งมั่นจะเติบโตในตำแหน่งและหน้าที่การงาน ซึ่งจะให้ความทุ่มเทกับการทำงาน มีใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซึ่งนับว่าเป็นผลดีต่อองค์กรเป็นอย่างมาก  แนะนำว่าให้รักษาผู้ที่มี Growth Mindset ไว้ให้ดี เพราะพวกเขาจะมีอิทธิพลที่ช่วยผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าทักษะ Soft Skill ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจไม่ใช่สิ่งที่ค้นหาได้ยากอะไรมากมาย แต่เป็นทักษะที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และลูกค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปตามที่องค์กรต้องการ นอกจากนี้ยังเป็นทักษะที่จะนำพาองค์กรก้าวหน้าไปในอนาคตได้อย่างราบรื่นด้วยเช่นกัน

ฉะนั้นการเฟ้นหาพนักงานที่มีทักษะที่จำเป็นจึงต้องเป็นสิ่งที่ HR ควรให้ความสำคัญ

ที่มาบทความจาก

https://www.cigna.co.th/

รูปภาพ

https://unsplash.com/