คนทำงานต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ “ฤดูฝน”

“จากการประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ฤดูฝน ปี 2565 นี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 ตามการพยากรณ์ช่วงที่ฝนตกชุกจะอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน คือช่วงเดือน สิงหาคม ถึง กันยายน เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะมี “พายุหมุนฤดูร้อน” เข้าประเทศไทย 2 ลูก ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทย “

เมื่อมีฝนเข้ามาแล้ว โรคภัยไข้เจ็บที่มากับหน้าฝนที่คนทำงานอย่างเราๆ ต้องเจอก็จะเข้ามาอีก ซึ่งสำนักงานโรคจากากรประกอบอาชีพได้ให้ข้อมูลและแนวทางการป้องกันไว้ดังนี้

โรคที่มากับหน้าฝนที่ควรต้องระวัง
  1. โรคฉี่หนู เป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรียที่ปนอยู่ในน้ำ ซึ่งในตามชนบทพบว่ามาจากฉีหนู วัว ควาย ที่ปนอยู่ในน้ำ แต่สำหรับชาวกรุงคงไม่พ้นสภาพน้ำที่มาจาการล้น รอการระบายจากท่อระบายน้ำ ที่เรารู้ๆกันอยู่ว่าเป็นแหล่งที่อยู่ของหนูตัวโตในเมืองกรุงนั้นเอง
  2. โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในน้ำท่วมขัง การที่เราอาจต้องลุยน้ำจากเหตุน้ำท่วมรอระบายต้องแช่เท้าในน้ำนานๆ อาจทำให้เกิดน้ำกัดเท้าได้
  3. เนื้อเน่า หากเรามีบาดแผลที่เท้าหรือขา แล้วต้องเดินฝ่าน้ำท่วมจนน้ำเข้าไปที่บาดแผลที่เรามีอยู่อาจเกิดการติดเชื้อจนทำให้บาดแผลเน่าเปื่อย
  4. ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคภัยที่มากับหน้าฝนโดยแท้ เกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศชื้นยิ่งทำให้ไวรัสกระจายและแพร่ได้รวดเร็ว
  5. ไข้เลือดออก ไวรัสโรคร้ายที่ต้องระวังอย่างมาก เพราะฝนตกการแพร่พันธ์ของยุงลายภาหะของไข้เลือดออกย่อมตามมาจึงต้องเฝ้าระวังอย่างมากเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า เมื่อฝนมาก็ย่อมสร้างความยุ่งยากให้คนทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือนได้เช่นกัน เรามีเทคนิคการเอาตัวรอดจากการต้องมาทำงานในช่วงฤดูฝนและโรคภัยไข้เจ็บในช่วงฤดูกาลเปียกปอนนี้มาฝากกันครับ

เทคนิคการเอาตัวรอดช่วงหน้าฝนของคนทำงาน
  1. ตรวจเช็คโอกาสเกิดฝนผ่านแอพพลิเคชั่น รู้ก่อนป้องกันไว้ไม่เสียหาย ในโลกแห่งเทคโนโลยีมีแอพฯ มากมายให้เราๆได้โหลดมาใช้กันฟรีๆ บนมือถือเช่น MyWeather ,Thai weather เป็นต้น หรือแม้แต่การตรวจผ่านหน้าเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยารายวันก็ย่อมทำได้
  1. เผื่อเวลาเดินทางในช่วงเช้า หากคาดการณ์แล้วว่าฝนอาจจะตกหนักในช่วงเช้า คุณควรเผื่อเวลาในการเดินทางอย่างต่ำๆ 1-1.30 ชั่วโมง(ขึ้นอยู่กับบริเวณที่คุณอาศัย และประเภทการเดินทางไปทำงาน ของคุณ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร)
    • การใช้บริการสาธารณะต่างๆ ขนส่งมวลชนหลายๆประเภท อาจจะขาดช่วงเนื่องจากความเร่งด่วน ผู้โดยสารหนาแน่น และการจราจรที่ติดขัดอีกด้วย นั้นทำให้ต้องเผื่อเวลาขึ้นไปอีก
    • ส่วนในกรณีที่คุณเดินทางด้วยรถส่วนตัว สิ่งสำคัญควรตรวจสภาพรถให้พร้อมใช้งานในช่วงหน้าฝน รวมถึงน้ำมันที่ใช้ระหว่างเดินทาง เพราะคุณคงไม่อยากนึกภาพตอนที่คุณต้องติดอยู่ในรถ หรือต้องออกมาเข็นรถที่น้ำมันหมดตอนฝนตกหนักเป็นแน่
    • เช็คเวลาในการใช้เส้นทาง ผ่าน Navigator Application ต่างๆ หากเส้นทางที่คุณเดินทางมีการจารจรติดขัดมาก คุณอาจเปิด Application นำทางต่างๆเพื่อเช็คปริมาณความหนาแน่นของรถในเส้นทางที่กำลังเดินทาง เพื่อพิจารณาเลือกเปลี่ยนเส้นทางหรือวิธีการเดินทาง เส้นทางอาจจะอ้อมกว่าแต่โล่งกว่าเพื่อให้ถึงที่หมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  1. อุปกรณ์กันฝน อุปกรณ์สามัญที่ควรมีติดตัวไว้รับหน้าฝนคงหนีไม่พ้น ร่ม หรือชุดกันฝน ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายแบบให้เลือกซื้อหา จะร่มพับ ร่มใหญ่ เสื้อกันฝนแบบเต็มตัว หรือแบบพลาสติกใช้แล้วทิ้งก็มีให้เลือกหามาพกติดตัวได้อย่างสบายไม่เกะกะ
  1. รองเท้ากันน้ำ และรองเท้าแตะ อาวุธคู่กายที่ต้องมีเผื่อฉุกเฉิน กรณีคุณต้องลุยน้ำท่วมมาทำงาน หรือกลับบ้าน เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่มากับน้ำทั้งโรคฉี่หนู เนื้อเน่า หรือน้ำกัดเท้า
    • รองเท้ากันน้ำ มีให้เลือกทั้งแบบรองเท้าบูทที่พกติดรถส่วนตัว หรือรองเท้าพลากติกชั่วคราวที่หาซื้อในร้านสะดวกซื้อ เพราะพกพาง่ายไม่เกะกะ เหมาะกับคนเดินทางขนส่งสาธารณะ
    • รองเท้าแตะ ควรมีสำรองไว้ในออฟฟิศเพื่อสวมใส่ กรณีเท้าหรือรองเท้าเราเปียกน้ำ ควรรองเท้าที่เปียกออกแล้วนำไปตากให้แห้ง สิ่งสำคัญอย่าลืมที่จะทำความสะอาดเท้า และเช็ดเท้าให้แห้งจากการเดินแช่น้ำมา เผื่อป้องกันโรคจากน้ำกัดเท้า หรือโรคผิวหนังอื่นๆที่เกิดจากการติดเชื้อจากน้ำท่วมขัง
  1. หน้ากากอนามัย สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในยุคโรคระบาด Covic-19 คือหน้ากากอนามัย ตัวช่วยปกป้องคุณจากโควิค ยังช่วยปกป้องคุณจากการติดโรคไข้หวัดใหญ่ ที่จะมาพร้อมกับหน้าฝนอีกด้วย
  1. แอลกอฮอล์ และยาสามัญประจำออฟฟิศ แอลกอฮอล์ ที่ใช้ทั้งล้างมือ ล้างแผลก็ควรมีติดไว้ไม่ให้ขาด นอกจากช่วยป้องกันโควิค ยังต้องเผื่อไว้ทำความสะอาดบาดแผลที่ต้องแช่น้ำจากการเดินทางช่วงหน้าฝน รวมถึงยาสามัญประจำออฟฟิศทั้งลดไข้ แก้แพ้อากาศ และยากทาแผลก็ควรมีติดไว้เช่นกัน
  2. ระวัง!! ยุง ตัวร้ายในหน้าฝน เมื่อรอดปลอดภัยจากฝนแล้วก็ควรรอดปลอดภัยจากไข้เลือดออกด้วย ส่วนตัวการทายากันยุงหรือแมลงเป็นการป้องกันที่ดีอันดับต้นๆ ในทางส่วนรวมการฉีดพ่นยากันยุง หรือหมั่นตรวจดูลูกน้ำยุงลายตามกระถาง หรือแจกันในออฟฟิศเป็นแนวทางป้องกันที่ดี แต่อย่างลืมทำที่บ้านของท่านด้วยนะจะได้ปลอดภัยจากไข้เลือดออกแสนอันตราย

เรื่องของฟ้าของฝนเป็นเรื่องที่เราห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นการเตรียมตัวรับมือให้พร้อมในทุกสถาการณ์ เป็นสิ่งที่พนักงานอย่างเราสามารถทำได้ เทคนิคที่เรานำมาแนะนำคงจะทำให้เพื่อนๆพนักงาน ทุกท่านสามารถดูแลตัวเอง ให้ไม่มาทำงานสายจนมีผลต่อการทำงาน และมีสุขภาพแข็งแรงปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บในช่วงหน้าฝนนี้นะครับ

ข้อมูลและรูปภาพจาก

http://www.tmd.go.th/

https://ddc.moph.go.th/

https://th.jobsdb.com/